พาแฟนเที่ยว เขาใหญ่หน้าฝน ไปนอนวิลล่าหรู กลางป่า ที่ Hotel Labaris กันค่ะ


Hotel Labaris เป็นรีสอร์ทที่พวกเราอยากมานานมากแล้ว จนทริปนี้ได้มีโอกาสได้เข้าพัก Pool Villa One Bedroom ของเขาค่ะ

เป็นห้องขนาดใหญ่เตียง King Size มีมุมโต๊ะทำงาน มุมโซฟาไว้นั่งดูทีวีและมุมด้านนั่งเล่นด้านนอก


เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัว ขนาดกว้างกว่า 12 ตารางเมตร


ห้องน้ำจะอยู่ขวาสุดของห้อง


มีอ่างอาบน้ำไว้ให้ด้วยค่ะ (แค่ห้องน้ำก็สวยไม่ไหวแล้ววว)


มาถึงห้อง ก็เจอเซอร์ไพรส์เลย ทางโรงแรมจัดลูกโป่ง วันครบรอบไว้ให้เฟิร์นกับหมูด้วย น่ารักกก (ใครอยากทำเซอร์ไพรส์ ก็สามารถแจ้งทางโรงแรมไว้ได้นะคะ)

และที่ประทับใจไปกว่านั้น คือ มี Welcome Set ให้แบบนี้เลย 1 เซ็ตจะมีทั้ง ขนม ของทานเล่นรวมไปถึงเครื่องดื่ม


หลังจากเช็คอินแล้ว เราสั่ง Afternoon Tea มาทานที่ห้องค่ะ

เซ็ตนี้ ได้ทั้งเบเกอรี่และชาหอม ๆ สองเซ็ตเลย ใครไม่สะดวกทานที่ห้องก็สามารถสั่งทานที่ห้องอาหารได้เช่นกันค่ะ


ในส่วนของอาหารเช้า ใครเข้าพักห้องพูลวิลล่าแบบพวกเรา ก็สามารถสั่ง Floating Breakfast มาส่งที่ห้องได้เลยค่ะ






มาดูพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างนะคะ สำหรับโซนพูลวิลล่าที่พวกเราเข้าพัก (Explore The Secret Room) จะมีการตกแต่งกระจกบริเวณทางเดินแบบนี้ สวยเก๋มาก

เดินตามทางมาไม่ไกลก็จะเจอพื้นที่ส่วนกลางบริเวณล็อบบี้ (The Heart of Labyrinth) ที่มีมุมนั่งเล่น และ Snack เครื่องดื่ม ไว้ให้บริการด้วย



ระหว่างรอเช็คอิน อย่าลืมมาถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ใกล้ ๆ ล็อบบี้กันนะคะ




ภาพถ่ายจากด้านบน เหมือนอยู่ในเขาวงกตเลย

ตลอดทางเดินจะมีต้นไม้ตกแต่ง เยอะแยะเต็มไปหมดเลยค่ะ ทำให้ที่นี่ร่มรื่นเอามาก ๆ

และที่สำคัญมีโซนใหม่ ที่เขาพึ่งสร้างนะคะ เชื่อมต่อพื้นที่ของ The Creek Camp ห้องพัก Type ใหม่ในรูปแบบของรถบ้าน ติดริมธาร บรรยากาศดีมาก ใครชอบพักรถบ้าน แนะนำเลย



มาถึงโซนสุดท้าย ที่เราอยากมาชมสุด ๆ คือ The Meander Wonderer เป็นโซนสระว่ายน้ำที่เชื่อมต่อกับลำธารด้านหลัง




โซนนี้มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะมุมบันได ที่ออกมาเหมือนอยู่ในนิยายเลยค่ะ



มาที่นี่ ห้ามพลาดเช็คอินที่ Rabbit Cafe คาเฟ่หนึ่งเดียวในโรงแรม ที่หลาย ๆ คนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เป็นคาเฟ่โพรงกระต่าย ตั้งอยู่โซน Lapin Hill and Whispering Meadows (ด้านหน้าทางเข้า)


มีที่นั่งทั้ง Indoor Outdoor (ถ่ายรูปสวยทุกมุม)



ขนมและเครื่องดื่มราคาไม่แรงเลยค่ะ เราได้ลองครัวซองและเค้กมะพราว ที่ทางร้านทำเอง หอมนุ่มละมุนมาก เครื่องดื่ม Recommend เลยคือ Rabbit Coffee น้า หอมกาแฟ รสชาติไม่เข้มมาก ดื่มง่ายเลยค่ะ

สำหรับดินเนอร์มื้อนี้ เราไปฝากท้องกันที่ The Fable Feast : Meat & More ร้านอาหารหนึ่งเดียวของโรงแรม ที่ตั้งอยู่โซน Tracking the Beauty of Romance (ด้านในสุดติดกับสระว่ายน้ำส่วนกลางของโรงแรม)

 มีบริการอาหารแบบ All day dining ทั้งอิตาเลี่ยน ฟิวชั่น รวมไปถึงอาหารไทย มีห้องบอลรูมขนาดใหญ่ สามารถจัดงานประชุมและอีเวนต์อื่นๆ ได้


มื้อเย็นวันนี้ ทางร้านจัดอาหารเป็นเซ็ต ภายใต้คอนเซป “Grill Bar and Thai Cuisine” มาให้ได้ลองทานค่ะ  จัดเต็มและพรีเมียมมาก ทั้ง เนื้อ ไปจนถึงผักออแกนิค

เมนูที่เราสองคนชอบที่สุด คือ Battered Fresh Lobster Salad และ Labaris Signature Platter


 เห็นหน้าตาอลังการแบบนี้ แต่ราคาไม่แรงอย่างที่คิดนะคะ และคนนอกก็สามารถเข้ามาทานได้ ส่วนมื้อกลางวัน เราทานเป็นอาหารไทย

เมนูที่แนะนำเลย คือ Deep fried spicy pork ball with chees รสชาติกลมกล่อมได้ทั้งกลิ่นพริกแกงไทยและชีสหอม ๆ

รวมไปถึงเมนู Pork Ribs Turmeric Curry  ด้วย คอนเฟิร์มเลยว่า เข้มข้น ถูกปากคนไทยแน่นอน

และก็อย่าลืมตบท้ายด้วย Mocktail กันนะคะ

จบไปแล้วสำหรับการมาเข้าพักที่ Hotel Labaris 2 วัน 1 คืน เป็นพูลวิลล่าที่ครองใจเราสองไปเต็ม ๆ ใครกำลังมีแพลนมาเขาใหญ่ อย่าลืมแวะมาที่นี่กันนะคะ จะมาเข้าพักหรือแวะมานั่งชิลที่คาเฟ่ ก็ได้ รับรองว่าต้องติดใจกลับมาซ้ำเหมือนพวกเราอีกแน่นอน

#พาไปหน่อยPapainhoi 

ข้อมูลโรงแรม 
Hotel Labaris
การเดินทาง https://goo.gl/maps/jdjMceuqKxoc8PVE7
สอบถามข้อมูล จองห้องพักได้ที่ โทร. 063-190-1900 , 063-190-1901 , 063-190-1905